ผมเป็นผู้ชายที่เลวที่สุดในโลกกับบาปที่ไม่สามารถให้อภัย

ผมกับแฟน เราคบกันมาได้เกือบสองปีแล้วครับ แต่ ณ วันนี้ มันอาจจะไม่สามาถกลับมาเป็นดังเดิมได้แล้ว เรื่องมันมีอยู่ว่า.....

ตั้งแต่เราเริ่มคบกันจริงๆจังๆ ก็มีเรื่องทะเลาะกันบ้างตามประสา จะหนักจะเบาแต่สุดท้ายเราก็อภัยให้กัน การทะเลาะนั้นไม่ใช่ปัญหาหนักอกหนักใจของผมเลยครับ และไม่ได้เป็นปัญหากับความักที่ผมมีต่อเธอเลยแม้แต่นิดเดียว

สิ่งที่เป็นปัญหาคือ "เวลา" ตั้งแต่คบกันมาเมื่อกลางปี 2549 ถ้านับกันจริงๆแล้ว เราไม่ค่อยได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันหรือพบกันตามประสาหนุ่มสาวในวัยผม(20ต้นๆ)ทำกัน ด้วยบางครั้งผมเองก็ยุ่งกับงาน และเธอเองก็ยุ่งกับงานและเรื่องต่างๆของเธอ

ปลาบปี 2549 ปีเดียวกันนั้นผมได้ลาออกจากงาน ผมได้ให้เหตุผลทุกคนว่าผมอยากเรียนต่อ และรับ freelance ไปด้วย แต่เหตุผลแท้จริงของผมคือจะรับงาน freelance เพื่อที่จะได้มีเวลาไปหาเธอได้ทุกเมื่อเมื่อเธอว่างและได้อยู่ด้วยกันบ้าง(ก่อนหน้านั้นเธอมีเหตุจำเป็นที่ต้องไปอยู่่ต่างจังหวัดด้วยเรื่องสุขภาพของคนในครอบครัวเธอ เป็นเวลาหลายเดือนทำให้เราไม่ได้เจอกันเลยเป็นเวลานาน)

ปี 2550 ผมเริ่มรับงาน freelance เธอได้กำลังปรกวดโครงงานเกี่ยวกับสาขาที่เธอจบมาทำให้เธอยุ่งมากแม้ผมขอเธอว่าจะไปหา เจอกันหน่อยเธอก็ปฏิเสธว่าไม่ได้ อย่ามาเธอไม่ว่าง เป็นอย่างนี้เรื่อยมาจนเธอส่งงานเสร็จ

หลังจากนั้นเธอได้เข้าทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่ง ผมก็คิดว่าเราคงมีเวลาให้กันบ้าง แต่ทุกครั้งที่ผมจะไปหาเธอจะบอกว่างานยุ่งมาก เธองานยุ่งมากจนลืมบอกผมว่าเธอต้องเข้ารับปริญญาวันไหน มาบอกผมอีกทีตอนรับเสร็จแล้ว ผมโกรธมาก แต่ก็คิดว่าช่างเถอะ

เวลาผ่านไปไม่นานความสัมพันธ์ของผมกับเธอก็ยังคงเป็นอย่างนี้เรื่อยมา จนภายในผมได้เกิดความรู้สึกเห็นแก่ตัว คือผมได้เร่ิมเกิดอาการเฉยชากับบางเรื่อง เริ่มโมโหร้าย ไม่มีเหตุผล บางทีก็ไม่สนใจเธอเอาดื้อๆ ความรู้สึกทั้งหมดเกิดจากการที่ผมคิดว่าสิ่งที่ผมต้องการในปีที่ผ่านมาคือเวลาจากเธอ ซึ่งไม่เคยได้ ภายในหัวผมได้เกิดความคิดเลวๆว่าในเมื่อเธอไม่เคยสนใจผมเลย ไม่เคยใยดี ทำไมผมจะต้องทำดีกับเธอไปมากกว่านี้ด้วย(ผมได้คิดว่าให้ตายยังไง เธอก้ไม่มีทางมาหาผมหรอก ไม่ว่าจะเกิดไรขึ้นก็ตาม ไม่ว่าวันนี้จะเป็นวันอะไร สำคัญกับผมแค่ไหนก็ตาม)

ผมใจไม่กว้างพอที่จะรอคอยเธอโดยไร้ความหวัง มันไม่เหมือนกับการที่รู้ว่าใครอีกคนต้องไปไกลอีกไม่นานก็ได้เจอ แต่นี่มันใกล้กันแต่ไม่สามารถพบได้ ผมเริ่มทำกับเธอแย่ลงเรื่อยๆ จนเมื่อบ่ายนี้เราได้ทะเลาะกัน เธอถามว่าผมเคยคิดที่จะทำดีกับเธอมากกว่านี้บ้างรึเปล่า คำตอบของผมคือ "คิดสิ แต่ทุกตรั้งที่คิดทุกอย่างที่อยากทำให้มันได้ค่อยๆลดไปกับวันเวลาและการรอคอยที่ไม่สิ้นสุด ทุกครั้งที่เธอสัญญาว่าวันนี้เราจะเจอกัน ทุกตรั้งมันก็ไม่เคยได้เจอ มันได้ค่อยๆบั่นทอนจืตใจผม ผมทรมาน และผมไม่ใช่คนดี แต่นี่คือความเห็นแก่ตัวของผม"

เธอไม่ได้บอกเลิกกับผม แต่เธอได้บอกว่าเรื่องของเรามันจบลงแล้ว เธอถามว่าทุกสิ่งที่ผมเคยทำมันออกมาจากใจบ้างรึเปล่าหรือทำไปงั้น ผมกล้ายืนยันว่าสิ่งดีๆทุกอย่างที่มีให้มันมาจากใจทั้งนั้น เธอยังขอบคุณผม ทั้งๆที่ผมไม่คู่ควรกับคำๆนี้เลยแม้แต่น้อย

ณ ตอนนี้ เวลาได้ผ่านไปหลังจากเราคุยกันครั้งสุดท้ายได้ชั่วโมงกว่าๆ กับน้ำตาท่ี่ไหลไ่ม่หยุดมาหลายชั่วโมง กับคำขอโทษที่ผมมีให้เธอ ผมรู้ว่าผมได้ทำให้คนที่ผมรักและรักผมเสียใจมากแค่ไหนจากความเห็นแก่ตัวของตัวผมเอง

ถ้ามีโอกาสอีกสักครั้ง ผมอยากบอกเธอว่า ผมเสียใจกับความเห็นแก่ตัว และอยากให้เธอรู้ว่า ผมรักเธอมากแค่ไหน และไม่เคยคิดอยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ อยากย้อนเวลากลับไปและทำทุกอย่างให้มันดีกว่านี้ ลดสิ่งที่เห็นแก่ตัวของผมออกไป เธอคงจะมีความสุขกว่านี้

ผมขอให้ทุกคนที่ได้อ่าน แม้ว่าเคยทำหรือไม่เคยทำ ผมขอบอกว่าการเห็นแก่ตัวแม้เพียงนิดเดียว มันไม่ส่งผลดีต่อความรักของคุณแน่นอนครับ ขอให้ดูผมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี และขอให้คุณมีความรักที่ยืนนานกว่าผม

สุดท้าย ผมแค่อยากจะบอกกับเธอว่า "ยังไงเค้าก็รักตัวเองเสมอนะคะ แม้มันดูเหมือนจะไม่ใช่ก็ตาม"

Nannie's picture
331
posts

เรื่องจริงบางเรื่อง...

ก็เศร้าเหมือนกันนะ

เลือกยาก ระหว่างความฝันกับความรักอ่ะค่ะ

หลายคู่ที่เลิกราด้วยเหตุผลว่าไม่มีเวลาให้กัน หรือความฝันปลายทางเป็นทางเดินคนละทาง

บางที...

การปล่อยให้ความไม่ไว้วางใจ ความน้อยใจ หรือต้องอดทน มันกัดกินหัวใจแล้วไม่ได้คุยกันเลย

ก็ทำให้ระเบิดอารมณ์ จนถึงคำพูดที่รุนแรงต่อกันได้ง่ายๆ

คงต้อง คุยกันมากขึ้น เปิดใจกันมากขึ้นนะคะ

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

จังหวะชีวิต อาจยังไม่พอดีกัน

เราเชื่อว่า...
เมื่อคนสองคน มาเจอกันในเวลาที่เหมาะสม
ความรู้สึกรัก จะกลายเป็นสิ่งที่เรียบง่ายและสวยงาม

#1
Aoe's picture
36
posts

เราว่า ... ยังไม่สายเกินแก้นะ

... เท่าที่อ่านดู เราไม่รู้ว่า ก่อนหน้าที่จะตัดสินใจจบเรื่องราวความรักระหว่างคุณทั้งสองนั้น คุณทั้งสองได้พูดคุยทำความเข้าใจกันหรือยัง คุณทั้งสองได้อธิบายให้กันและกันฟังหรือยัง ว่าทำไม มันเกิดอะไรขึ้น ... คุณเคยพูดให้เค้าฟังมั้ย ว่าทำไมคุณถึงเริ่มรู้สึกเฉยชา คุณเคยบอกเค้ามั้ยว่าคุณต้องการเวลาจากเค้าบ้าง ... บางทีเค้าก็อาจจะคิดว่าคุณคงเข้าใจว่าทำไมเค้าไม่ค่อยมีเวลา หรือบางทีเค้าอาจจะเหนื่อยกับงานและอะไรอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ ต้องรับผิดชอบ จนบางครั้งก็อาจจะทำให้เค้าเองเฉื่อยชาลงกับความรักที่มีให้คุณก็ได้ ... แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเค้าไม่ได้รักคุณแล้ว (ถ้าเค้ามีคนใหม่ ก็อีกเรื่อง)

ในเมื่อตอนนี้คุณรู้แน่ๆแล้วว่ายังรักเค้าอยู่ ทำไมไม่ลองขอโอกาสเค้าดูอีกซักครั้ง แล้วก็ปรับความเข้าใจกัน อธิบายให้เค้าฟังว่าคุณต้องการอะไร และในขณะเดียวกันก็รับฟังจากเค้าด้วย ว่าเค้าต้องการอะไร แล้วก็ตกลงกัน ให้มันสามารถมาพบกันได้ที่ตรงความพอดีของคุณทั้งสอง

เราว่า คนเราถ้ารักกันจิง ... ต่างฝ่ายต่างย่อมให้อภัยกันได้เสมอแหล่ะ ลองดูอีกซักตั้งจะเป็นไร ... ไม่ว่าผลจะออกมายังไง เราเชื่อว่า คุณจะไม่เสียใจแน่ เพราะคุณเองก็จะสามารถพิสูจน์ได้ในขณะเดียวกันว่าเค้าก็ยังรักคุณอยู่หรือป่าว

ปล. ความคิดเราก็เป็นแค่อีกความคิดนึงเท่านั้น ส่วนคุณจะเลือกเดินทางไหนต่อ ก็สุดแท้แต่ ... ยังไงก็ขอเอาใจช่วย "อย่าลืมว่า ความรักคือสิ่งสวยงามเสมอ" เรารู้ว่า คุณไม่เคยนึกเสียใจเลยที่ได้รักผู้หญิงคนนี้ ... จิงม๊ะ emo_Yoyo

#2
nickoe's picture
64
posts

เราเคยคุย

เราเคยคุยและอธิบายกันหลายรอบแล้วครับ แต่มันเหมือนจะไม่ดีขึ้นเลย เพราะทุกครั้งเธอจะบอกผมว่ารออีกนิด อีกไม่นาน ซึ่งสักพักผ่านไปก็เหมือนเธอจะลืมครับ ตอนนี้กำลังพยายามปรับความเข้าใจกันอยู่

ผมไม่เคยนึกเสียใจที่รักเธออย่างที่คุณ Aoe ว่าจริงๆครับ ขอบคุณสำหรับกำลังใจครับ

#3
Kokky's picture
900
posts

อย่ายอมแพ้ครับ

ถึงมันจะจบไปแล้ว ไม่ว่าจะแบบเป็นทางการ หรือไม่ ก็ค่อยๆตรองดูแล้วเก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆ หรือว่าเรื่องราวดีๆที่เคยเกิดขึ้นระหว่างกันเอาไว้นะ ประสบการณ์ตรงนี้มีคุณค่ายิ่ง .. มันจะทำให้เราเติบโตขึ้น

แล้วค่อยๆเดินหน้าต่อไปครับ .. ผมเชื่อว่านิกทำได้

กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมให้ได้นะครับ =D

#4
GAM's picture
14
posts

แปลกแฮะ..

แก้มอ่านดูแล้วเหมือนผู้หญิงเป็นฝ่ายทิ้งคุณมากกว่า

เหมือนค่อยๆทิ้ง ค่อยๆทิ้ง

ค่อยๆละเลยความสนใจ ความรู้สึกที่มีต่อกัน ค่อยๆทำให้มันจาง

แล้วก็กลับมาทำให้มันเข้มขึ้น..

เป็นไปได้ยังไงที่จะลืมบอกวันรับปริญญาให้คุณรู้...มัน...สุดยอดมาก..

แสดงว่าช่วงนั้นมีอะไรผิดพลาดจริงๆ เพราะเอาหัวลูกผู้หญิงเป็นประกันเลยว่า

ถ้าเรารักใคร เราต้องไม่พลาดการมีรูปคู่ การมีส่วนร่วมในวันสำคัญแบบนี้กับคนสำคัญแน่ๆ

อ๊ะ..ไม่ได้ให้ย้อนกลับไปคิดเรื่องเดิมๆนะคะ (แม้ว่าจะดูจี้ใจดำไปนิดนึง)

แต่แก้มกำลังบอกว่า ลองคิดดูว่าช่วงนั้น คุณเองทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า เธอถึงลืมคุณได้ขนาดนี้

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสค่ะ เรารู้ตัวแล้ว เร่งทำคะแนนหน่อย เธอยังอยู่ไม่ไกล

นู่น...ยังเห็นอยู่ลิบๆๆ ถ้ารักจริง ก็พอไหวค่ะ

เอาใจช่วยนะคะ

#5